แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สาระน่ารู้ แสดงบทความทั้งหมด

ตุ๊กแกที่น่ารัก???


วันนี้ฟังพี่โน้ส อุดม พูดเรื่องตุ๊กแก..

ตุ๊กแกเป็นสัตว์ที่อาภัพ มีแต่คนเกลียด

ทั้งๆที่มันไม่เคยทำร้ายใครเลย

หนังสือพิมพ์ก็ไม่เคยลงว่าตุ๊กแกไปกระโดดกัดใคร

มีแต่โดนทำร้ายอยู่ฝ่ายเดียว

เกาะอยู่ข้างกำแพงเฉยๆ ก็โดนไล่โดนตี

คงเป็นเพราะเราถูกปลูกฝังกันมาตั้งแต่เด็กๆ

ให้เกลียด ให้กลัว สัตว์ที่มีรูปร่างหน้าตาแบบนี้

ก็คงเหมือนกับคนเราหลายๆคน

ที่ถูกปลูกฝังให้มองสิ่งต่างๆแต่เพียงรูปลักษณ์ภายนอก

หรือตัดสินกัน เพียงแค่ฟังคำบอกเล่าตามๆกันมา

ทั้งๆที่ไม่เคยรู้จักพบเจอกันเลยด้วยซ้ำ

แต่ก็ไม่ชอบกันเสียแล้ว..

สุดท้ายพี่โน้สก็เลยรณรงค์

"เรามารักตุ๊กแกกันเถอะ" :)

..ภูริวโร

ธรรมะเพื่อความเป็นทีม


สาราณียธรรม
 ธรรมเป็นที่ตั้งแห่งความระลึกถึงกัน  ๖ อย่าง

        ธรรมเป็นที่ตั้งแห่งความระลึกถึงกัน       ทำความรัก    ทำความเคารพ เป็นไปเพื่อสงเคราะห์กัน   เพื่อไม่วิวาทกัน  เพื่อความพร้อมเพรียงกัน   เพื่อเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันนี้มี ๖ อย่าง ๖ อย่างเป็นไฉน

           [๖๕]    ดูก่อนอานนท์   ธรรมเป็นที่ตั้งแห่งความระลึกถึงกัน    ทำความ

           (๑)   ดูก่อนอานนท์      ภิกษุในธรรมวินัยนี้       มีกายกรรมประกอบด้วยเมตตา ปรากฏในเพื่อนร่วมพระพฤติพรหมจรรย์    ทั้งในที่แจ้ง    ทั้งในที่ลับ  นี้คือธรรมเป็นที่ตั้งแห่งความระลึกถึงกัน  ทำความรัก    ทำความเคารพ    เป็นไปเพื่อสงเคราะห์กัน     เพื่อไม่วิวาทกัน     เพื่อความพร้อมเพรียงกัน   เพื่อเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน  ประการหนึ่ง.

           (๒)   ดูก่อนอานนท์    ประการอื่นยังมีอีก     ภิกษุมีวจีกรรมประกอบด้วยเมตตา    ปรากฏในเพื่อนร่วมประพฤติพรหมจรรย์      ทั้งในที่แจ้ง     ทั้งในที่ลับ นี้ก็ธรรมเป็นที่ตั้งแห่งความระลึกถึงกัน    ทำความรัก    ทำความเคารพ  เป็นไปเพื่อสงเคราะห์กัน     เพื่อไม่วิวาทกัน     เพื่อความพร้อมเพรียงกัน   เพื่อเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน.

           (๓)   ดูก่อนอานนท์       ประการอื่นยังมีอีก      ภิกษุมีมโนกรรมประกอบด้วยเมตตา    ปรากฏในเพื่อนร่วมประพฤติพรหมจรรย์     ทั้งในที่แจ้ง    ทั้งในที่ลับ       นี้ก็ธรรมเป็นที่ตั้งแห่งความระลึกถึงกัน     ทำความรัก    ทำความเคารพเป็นไปเพื่อสงเคราะห์กัน       เพื่อความพร้อมเพรียงกัน       เพื่อเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน.


           (๔)   ดูก่อนอานนท์     ประการอื่นยังมีอีก      ภิกษุมีลาภใด ๆ เกิดโดยธรรม    ได้โดยธรรม    ที่สุดแม้เพียงอาหารติดบาตร    เป็นผู้ไม่แย่งกันเอาลาภ เห็นปานนั้น  ไว้บริโภคแต่เฉพาะผู้เดียว  ย่อมเป็นผู้บริโภคเฉลี่ยทั่วไปกับเพื่อนร่วมพระพฤติพรหมจรรย์ผู้มีศีล      นี้ก็ธรรมเป็นที่ตั้งแห่งความระลึกถึงกัน     ทำความรัก   ทำความเคารพ    เป็นไปเพื่อสงเคราะห์กัน    เพื่อไม่วิวาทกัน    เพื่อความพร้อมเพรียงกัน   เพื่อเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน.

           (๕)   ดูก่อนอานนท์      ประการอื่นยังมีอีก       ภิกษุถึงความเป็นผู้เสมอกันโดยศีล  ในศีลทั้งหลาย   ที่ไม่ขาด   ไม่ทะลุ    ไม่ด่าง   ไม่พร้อย     เป็นไท อันวิญญูชนสรรเสริญ    อันตัณหาและทิฏฐิไม่แตะต้อง  เป็นไปพร้อมเพื่อสมาธิ เห็นปานนั้น    กับเพื่อนร่วมประพฤติพรหมจรรย์อยู่    ทั้งในที่แจ้ง     ทั้งในที่ลับ นี้ก็ธรรมเป็นที่ตั้งแห่งความระลึกถึงกัน     ทำความรัก     ทำความเคารพ    เป็นไปเพื่อสงเคราะห์กัน     เพื่อไม่วิวาทกัน     เพื่อความพร้อมเพรียงกัน   เพื่อเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน.

           (๖)   ดูก่อนอานนท์      ประการอื่นยังมีอีก      ภิกษุถึงความเป็นผู้เสมอกันโดยทิฏฐิ   ในทิฏฐิที่เป็นของพระอริยะ   อันนำออก   ชักนำผู้กระทำตามเพื่อความสิ้นทุกข์โดยชอบ       เห็นปานนั้น     กับเพื่อนร่วมประพฤติพรหมจรรย์อยู่ ทั้งในที่แจ้ง    ทั้งในที่ลับ     นี่ก็ธรรมเป็นที่ตั้งแห่งความระลึกถึงกัน    ทำความรัก    ทำความเคารพ    เป็นไปเพื่อสงเคราะห์กัน    เพื่อไม่วิวาทกัน   เพื่อความพร้อมเพรียงกัน    เพื่อเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน.

            ดูก่อนอานนท์  นี้แล     ธรรม ๖ อย่าง     เป็นที่ตั้งแห่งความระลึกถึงกัน ทำความรัก   ทำความเคารพ   เป็นไปเพื่อสงเคราะห์กัน   เพื่อไม่วิวาทกัน  เพื่อความพร้อมเพรียงกัน  เพื่อเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน.


           [๖๖]   ดูก่อนอานนท์        ถ้าพวกเธอพึงสมาทานสาราณียธรรมทั้ง   ๖ อย่างนี้     ประพฤติอยู่   พวกเธอจะยังเห็นทางว่ากล่าวพวกเราได้   น้อยก็ตามมากก็ตาม  ซึ่งจะอดกลั้นไว้ไม่ได้ละหรือ.

           ท่านพระอานนท์กราบทูลว่า   ข้อนี้หามิได้เลย  พระพุทธเจ้าข้า.

           พ.  ดูก่อนอานนท์     เพราะฉะนั้นแล      พวกเธอพึงสมาทานสาราณียธรรมทั้ง ๖ อย่างนี้   ประพฤติเถิด    ข้อนั้นจักเป็นไปเพื่อประโยชน์   เพื่อความสุขแก่พวกเธอตลอดกาลนาน.

           พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสภาษิตนี้แล้ว       ท่านพระอานนท์ชื่นชมยินดีพระภาษิตของพระผู้มีพระภาคเจ้าแล.

จบ  สามคามสูตรที่   ๔

พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ เล่ม ๓ ภาค ๑ - หน้าที่ ๘๗-๘๘



อปริหานิยธรรม 7 ประการ


[289] อปริหานิยธรรม 7 ของกษัตริย์วัชชี หรือ วัชชีอปริหานิยธรรม 7 (ธรรมอันไม่เป็นที่ตั้งแห่งความเสื่อม เป็นไปเพื่อความเจริญฝ่ายเดียว สำหรับหมู่ชนหรือผู้บริหารบ้านเมือง — things leading never to decline but only to prosperity; conditions of welfare)
       1. หมั่นประชุมกันเนืองนิตย์ (to hold regular and frequent meetings)
       2. พร้อมเพรียงกันประชุม พร้อมเพรียงกันเลิกประชุม พร้อมเพรียงกันทำกิจที่พึงทำ (to meet together in harmony, disperse in harmony, and do their business and duties in harmony)
           ข้อนี้แปลอีกอย่างหนึ่งว่า : พร้อมเพรียงกันลุกขึ้นป้องกันบ้านเมือง พร้อมเพรียงกันทำกิจทั้งหลาย
       3. ไม่บัญญัติสิ่งที่มิได้บัญญัติไว้ (อันขัดต่อหลักการเดิม) ไม่ล้มล้างสิ่งที่บัญญัติไว้ (ตามหลักการเดิม) ถือปฏิบัติมั่นตามวัชชีธรรม (หลักการ) ตามที่วางไว้เดิม (to introduce no revolutionary ordinance, or break up no established ordinance, but abide by the original or fundamental Vijjan norm and principles)
       4. ท่านเหล่าใดเป็นผู้ใหญ่ในชนชาววัชชี เคารพนับถือท่านเหล่านั้น เห็นถ้อยคำของท่านว่าเป็นสิ่งอันควรรับฟัง (to honor and respect the elders among the vijjians and deem them worthy of listening to)
       5. บรรดากุลสตรีกุลกุมารีทั้งหลาย ให้อยู่ดีโดยมิถูกข่มเหง หรือฉุดคร่าขืนใจ (the women and girls of the families are to dwell without being forced or abducted)
       6. เคารพสักการะบูชาเจดีย์ (ปูชนียสถานและปูชนียวัตถุ ตลอดถึงอนุสาวรีย์ต่างๆ) ของวัชชี (ประจำชาติ) ทั้งหลาย ทั้งภายในและภายนอก ไม่ปล่อยให้ธรรมิกพลีที่เคยให้เคยทำแก่เจดีย์เหล่านั้นเสื่อมทรามไป (to honor and worship the Vajjian shrines, monuments and objects of worship, both central and provincial, and do not neglect those righteous ceremonies held before for them)
       7. จัดให้ความอารักขา คุ้มครอง ป้องกัน อันชอบธรรม แก่พระอรหันต์ทั้งหลาย (ในที่นี้กินความกว้าง หมายถึงบรรพชิตผู้ดำรงธรรมเป็นหลักใจของประชาชนทั่วไป) ตั้งใจว่า ขอพระอรหันต์ทั้งหลายที่ยังมิได้มา พึงมาสู่แว่นแคว้น ที่มาแล้วพึงอยู่ในแว่นแคว้นโดยผาสุก (to provide the rightful protection, shelter and support for the Arahants and wish that the Arahants who have not come may enter the realm and those who have entered may dwell pleasantly therein)

       อปริหานิยธรรม 7 ประการนี้ พระพุทธเจ้าตรัสแสดงแก่เจ้าวัชชีทั้งหลายผู้ปกครองรัฐโดยระบอบสามัคคธรรม (republic) ซึ่งรัฐคู่อริยอมรับว่า เมื่อชาววัชชียังปฏิบัติตามหลักธรรมนี้ จะเอาชนะด้วยการรบไม่ได้ นอกจากจะใช้การเกลี้ยกล่อมหรือยุแยกให้แตกสามัคคี.

D.II.73;
A.IV.15.
ที.ม. 10/68/86;
องฺ.สตฺตก. 23/20/18.


ทฤษฎีสนุก (The Fun Theory)

      เมื่อวานได้มีโอกาสไปเล่าเรื่อง ทฤษฎีสนุก (The Fun Theory) ให้กับผู้มีบุญที่มาปฏิบัติธรรม ที่โรงเรียนฉัตรวิทยา กรุงเทพฯ ก็เลยเอามาแบ่งปันกันในวันนี้

     คือวันหนึ่งได้ไปเจอวีดีโอตัวหนึ่งจากใน Youtube ที่มีเนื้อหาน่าสนใจ ก็เลยลงค้นไปหาที่มา ก็พบว่าวีดีโอตัวนี้ มาจาก Website:  http://www.thefuntheory.com/  เป็นของบริษัทรถยนต์ โฟล์คสวาเกน (Volkswagen) ที่เรามักรู้จักกันคือรุ่น Beetle  หรือที่เรียกว่า รถเต่า นั่นแหละ (มีคนเคยบอกว่า เวลาไปไหน ถ้าเห็นรถเต่า ให้รีบหยิกเพื่อน แล้ววันนั้นจะโชคดี.. อิอิ)     เข้าเรื่องเลยดีกว่า คือ มันมีทฤษฎีนึงที่เค้าเชื่อว่า  "ความสนุก สามารถเปลี่ยนนิสัย หรือพฤติกรรมของมนุษย์ให้ดีขึ้นได้อย่างง่ายดาย "(Something as simple as fun is the easiest way to change people’s behaviour for the better) หมายความว่า ถ้าหากเราจะให้ใครยอมเปลี่ยนนิสัย หรือพฤติกรรม เราต้องทำเรื่องนั้นให้มันเป็นเรื่องสนุกนั่นเอง
   
       ฝรั่งเค้าก็เลยพิสูจน์ทฎษฎีนี้ด้วยการทำการทดลองที่สถานีรถไฟใต้ดินแห่งหนึ่ง โดยเค้าตั้งโจทย์ว่า "ความสนุกนั้นสามารถทำให้คนเลือกเดินขึ้นลงบันไดธรรมดา แทนที่จะขึ้นบรรไดเลื่อนได้หรือไม่?" เพราะปกตินิสัยของคนทั่วไป พอเห็นบันไดเลื่อน ส่วนใหญ่ก็มักจะเลือกขึ้นบันไดเลื่อนกัน แล้วผลปรากฏว่า การทดลองนี้ ก็พิสูจน์ให้เห็นว่า ทฤษฎีนี้เป็นความจริง  เราลองมาดูกันซิว่า วิธีการเดินขึ้นบันไดให้สนุก  ที่เค้าเอามาใช้ทดลองนี้ คืออะไร?


       คำตอบจากในวิดีโอ คือ เค้าเปลี่ยนจากบันไดธรรมดาให้เป็นบันไดเปียโน ที่เวลาเหยียบลงไปแล้ว จะมีเสียงดนตรีตามขั้นบรรไดที่เหยียบ ผลคือคนกว่า 66 % เปลี่ยนมาใช้บันไดธรรมดา แทนการขึ้นบันไดเลื่อน โดยที่ไม่ต้องมีใครบอกเลย แต่เป็นไปเพราะความสนุกนั่นเอง

      อีกตัวอย่างนึง เค้าต้องการจะทำให้คนในเมืองหันมารีไซเคิลขวดแก้วให้มากขึ้น แทนที่จะเอาไปทิ้งทั่วไป ก็ลองเอาทฤษฎีนี้ไปใช้ด้วยการทำให้ ถังขยะรีไซเคิล กลายเป็นตู้เกมส์ซะเลย แถมมีการบันทึกคะแนนสูงสุดที่มีใครทำได้เอาไว้อีก คราวนี้คนในเมืองนี้ เลยขนขวดจากบ้านกันมาเพื่อมาหยอดถังขยะนี้แข่งกัน กลายเป็นเรื่องสนุกไปเลย 




      แล้วถ้าเราจะลองเอาทฤษฎีสนุกนี้ ไปลองประยุกต์ใช้ในบ้าน หรือ ที่ทำงานของเรากันดูบ้าง เช่น เวลาทำกวาดบ้านถูบ้าน เปิดเพลงไปด้วย พอถึงท่อนโซโล่ของเพลง ก็อาจจะเอาไม้กวาดที่กำลังกวาดอยู่นั่นแหละมาทำเป็นกีตาร์ หรือเอามาเล่นสมมุติเป็นไมค์โครโฟน ร้องตามในท่อนฮิตของเรา ชวนลูกชวนหลานมาเล่นด้วยกัน ใส่ลีลาใส่อารมณ์ไปสักหน่อยเหมือนเรากำลังแสดงคอนเสิร์ทอยู่บนเวที และไฟสปอร์ตไลท์กำลังส่องมาที่เรา มันก็สนุกดีนะ  หรือตอนที่เราขับรถไปที่ทำงาน บางเวลารถติดมากๆ ก็ลองหาอะไรสนุกๆทำดู บางคนอาจจะชอบสวดมนต์ ก็เปิดซีดีเสียงสวดมนต์ แล้วก็สวดตามไปด้วย นึกทำรถของเราให้เหมือนเป็นวัดเคลื่อนที่เป็นต้น.. ถ้าหากเราทำเรื่องต่างๆชีวิตประจำวันให้กลายเป็นเรื่องสนุกได้อย่างนี้ ก็คงจะดีไม่น้อย ลองหาวิธีดูสิครับ..
( ที่มา http://www.thefuntheory.com/ )